Ragusa เป็นเมืองเล็ก ๆ บนเกาะSicily ทางตอนใต้ของอิตาลี เรียกได้ว่าเพียงข้ามทะเลไปก็จะถึงแอฟริกาแล้ว.. เมืองที่แร้นแค้นบนเขาหินปูนในหุบเหวลึก กลับอุดมและรุ่มรวยด้วยทั้งอาหารและศิลปะอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งเป็นเมืองมรดกโลกและเป็นที่ตั้งของร้านมิชลิน2ดาว.. Locanda Don Serafino Restaurant ของ Chef Vincenzo Candiano

Chef Vincenzo Candiano มาประจำที่ห้องอาหารโจโจ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพ ฯ ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 16 ธันวาคม 2560 และได้ปรุงอาหารหลากหลายจานให้ได้ลองฝีมือกัน ซึ่งก็ต้องบอกว่า.. สมดาว
เริ่มมื้อกันด้วย Pitars Prosecco Gold Millesimato DOC Extra dry, Friuli Italy และขนมปัง

จานแรกเป็น Beef tartare with smoked buffalo mozzarella foam, Jerusalem artichoke and carrot chips, radish ประดับด้วยหน่อหอมอ่อน มาแปลกเพราะเสิร์ฟกับไวน์ขาว Feudo Maccari Grillo IGT 2015, Sicily Italy แต่เมื่อได้รับประทานจึงเข้าใจ..

แม้จะเป็น Beef tartare แต่กลับอ่อนนุ่ม ราวกับVeal แต่รสชาติของเนื้อที่เต็มเปี่ยม บ่งบอกว่าเป็นเนื้อจากวัวที่โตแล้วแน่นอน ซึ่งเชฟเน้นว่าเนื้อTartare นี้สับด้วยมีด ไม่ได้ใช้เครื่องบดแต่อย่างใด ส่วนน้ำมันมะกอกที่ใช้นั้น เชฟเรียกอย่างภาคภูมิใจว่าคือ Liquid Gold

จานต่อมาเป็น Gentile Pasta creamed with sicilian Caciocavallo cheese and lemongrass,
roasted langoustine and crunchy pistachio waffle เสิร์ฟกับ Pietradolce Etna Rosso DOC 2014, Sicily Italy


เป็นความกลมกล่อมและหนักแน่นในทีของรสชาติ.. กุ้งlangoustine สุกหวาน ข้างในยังดิบอยู่เล็กน้อย บ่งบองฝีมือคนทำ พอ ๆ กับพาสต้าที่สุกกำลังดีเช่นกัน เป็น Al Dente ที่ยังคงความหนึบ แต่ก็นุ่มเมื่อเคี้ยวด้วย ความเข้มข้นของมันกุ้งเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับไวน์แดง

ปิดท้ายกันด้วย Blancmange with Cow Milk in raspberries and melissa, pink pepper meringues
เสิร์ฟกับ Carlo Hauner Malvasia Passito DOC 2012, Sicily Italy


จบแบบนุ่ม ๆ เบา ๆ .. ถ้าใครจะคุ้น Blancmange คือขนมคล้าย Panna Cotta แต่เนื้อแน่นกว่านั่นเอง Dessert wine ที่เสิร์ฟก็กำลังดีจริง ๆ ไม่เจื้อยแจ้วเกินไปจนเลี่ยน.. รักเลยค่ะ

ในงานมีOrganic Modica Chocolate จาก Sabadì ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีcold working process แบบดั้งเดิมที่คงรสชาติของช็อกโกแลตไว้ได้เป็นอย่างดีด้วยนะคะ

Chef Vincenzo Candiano จะประจำที่ที่ห้องอาหารโจโจ ถึงวันที่ 16 ธันวาคม นี้เท่านั้น
โดยเชฟจะสรรค์สร้างทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ** เนื่องจากมื้อที่ว่านได้ลองเป็นคอร์สมินิ ไวน์แพร์ริ่งของจริงจะแตกต่างจากในรีวิวนะคะ เป็นไวน์ตัวเดียวกัน แต่จับคู่กับอาหารต่างกันค่ะ **
–           3,500 บาท ++ ต่อท่านสำหรับ 5 คอร์สเมนูมื้อกลางวัน
–           6,000 บาท ++ ต่อท่านสำหรับ 5 คอร์สเมนูมื้อกลางวัน เสิร์ฟควบคู่กับไวน์
–           5,800 บาท ++ ต่อท่านสำหรับ 9 คอร์สเมนูมื้อค่ำ
–           8,800 บาท ++ ต่อท่านสำหรับ 9 คอร์สเมนูมื้อค่ำ เสิร์ฟควบคู่กับไวน์

แอบกระซิบว่าไม่ว่าจะจองทางโทรศัพท์ 02 207 7777 หรือทางออนไลน์ https://goo.gl/NGN1AG เพียงระบุโค้ดลับ “FACEBOOK” ก็จะได้รับส่วนลดถึง 20% เชียวล่ะค่ะ ไม่อยากให้พลาดนะคะ

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดี ๆ จากโรงแรมThe St. Regis Bangkok ได้ที่ https://www.facebook.com/TheStRegisBangkok/

ขอบคุณโรงแรมThe St. Regis Bangkok ที่เชิญว่านไปสัมผัสประสบการณ์อาหารจากมิชลินสตาร์เชฟVincenzo Candiano นะคะ พบกันใหม่บล็อกหน้า สวัสดีค่ะ