The Thai Market Brunch ฝีมือเชฟชุมพล กระทะเหล็ก ณ Anantara Bangkok Riverside Resort & Spa

ห้องอาหาร The Market
Anantara Bangkok Riverside Resort & Spa ถนนเจริญนคร
Tel –> 02 476 0022 Ext. 1416
Website -> http://bangkok-riverside.anantara.com/
Facebook Page -> http://www.facebook.com/BangkokRiverDining

The Thai Market Brunch บริการทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 – 15.00 น.
ในราคาท่านละ 1,400 บาท ++ หรือ 1,800 บาท++ พร้อมเบียร์ และไวน์(ขาว/แดง/โรเซ่) Free Flow
เด็กอายุระหว่าง 4-12 ปี ราคาเพียงท่านละ 500 บาท และอายุต่ำกว่า 4 ปี รับประทานฟรี


เมื่อเดือนที่แล้ว ทาง Anantara Bangkok Riverside Resort & Spa
เชิญว่านและน้องๆ ไปรับประทาน The Thai Market Brunch ที่ห้องอาหาร The Market ค่ะ

ความพิเศษอันดับแรกเลย.. ก็อยู่ที่ว่าทาง Anantara  ได้ตัวเชฟชุมพล แจ้งไพร.. สุดยอดเชฟกระทะเหล็กอาหารไทยมาประจำที่ Anantara ค่ะ
แล้วฝีมือเชฟชุมพลจะสุดยอดแค่ไหน อาหารจะมากมายอลังการเพียงใด
คุ้มกับที่ควรจะจ่าย  1,400 บาท ++  หรือ 1,800 บาท++ พร้อมเบียร์ และไวน์(ขาว/แดง/โรเซ่) Free Flow หรือไม่.. ไปดูกันค่ะ = )

Anantara Bangkok Riverside Resort & Spa หรือ Marriott ริมน้ำเดิม
ตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร ใครไม่อยากขับรถมา สามารถนั่ง BTS มาลงสถานีสะพานตากสิน
แล้วขึ้นเรือบริการของทางโรงแรมมาต่อได้.. นั่งชมสายน้ำเจ้าพระยาไหลเรื่อยไม่นาน เพียง 20 นาที ก็มาถึง  Anantara Bangkok Riverside Resort & Spa แล้ว

ขึ้นเรือมาเดินมาทางขวามือ ก็จะถึงห้องอาหาร The Market เลยค่ะ
บรรยากาศสบายๆ มีทั้งโซนห้องปรับอากาศ และนั่งรับลมริมน้ำ มีพนักงานคอยคล้องพวงมาลัยมะลิต้อนรับ..

มีเครื่องปรุงและเครื่องเคียงนานาให้ที่โต๊ะ สอดคล้องกับวัฒนธรรมพวงพริกของไทยมาก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ทาง Anantara ก็มีมุมเด็กให้บริการด้วยนะคะ
กรอบรูปที่เห็น เมื่อน้องๆ ประดิษฐ์เสร็จแล้ว สามารถนำกลับบ้านได้เลยค่ะ เป็นอภินันทนาการจากทางโรงแรม..

ในวันที่ไม่ติดภารกิจใดๆ เชฟชุมพลจะมาคอยต้อนรับและทักทายทุกท่านด้วยค่ะ
ทางเรามีโอกาสได้พูดคุยเล็กๆ น้อยๆ กับทางเชฟ ถามไถ่ได้ความว่าเชฟชุมพลจะเป็นคนวางสูตร รูปแบบ และรายการอาหารไทยในเครือ Anantara ทั้งหมด
รวมถึงคิดค้นเครื่องปรุงต่างๆ เช่น น้ำพริก กะปิ น้ำปลา สำหรับอาหารไทยในเครือ Anantara ไม่ว่าจะประเทศไหนๆ
เพื่อที่ว่าอาหารไทยในทุกที่ของ Anantara จะได้มีมาตรฐานรสชาติเดียวกัน
ส่วนมาหารไทยที่นำมาลงในไลน์ ส่วนหนึ่งก็จะเป็นอาหารที่เชฟชุมพลชอบ และหาทานได้ยาก เช่นน้ำพริก เครื่องจิ้มต่างๆ รวมถึงแสร้งว่า และแกงบอนเป็นต้น

ไปดูความพิเศษอื่นๆ ของ The Thai Market Brunch กันดีกว่าค่ะ
แรกเริ่มเดิมที ตอนคิดคอนเสปต์ของ The Thai Market Brunch ทางเชฟชุมพลและทีมงานก็คุยกันว่า อย่างน้อยต้องมีอาหาร 100 ชนิดขึ้นไป
และกลุ่มลูกค้าหลักที่มองไว้เป็นกลุ่มชาวไทย เพราะเชฟเองอยากให้คนไทยเองได้รู้จัก”อาหารไทยแท้ๆ”ได้ง่ายและมากกว่านี้
และเป็นมื้อสายวันอาทิตย์ ที่ครอบครัวจะได้รับประทานอาหารร่วมกันอย่างสบายๆ มีของชอบสำหรับทุกคน ทุกวัย
โจทย์ต่อมาก็คือ จะทำอย่างไรให้ผู้ที่มารับประทานได้รับความอิ่มตา อิ่มใจ และอิ่มท้องกลับไป ให้สมกับราคาที่ตั้งไว้
จึงมีการนำวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมที่เป็นที่ถูกปากและถูกใจคนไทยเข้ามาเสริมในไลน์..

ขอเริ่มกันด้วยซุ้มนี้ที่ถูกใจคนรักเนื้ออย่างว่านที่สุด..
เนื้อวะกิวจิ้มแจ่ว หม่ำเนื้อวะกิว เนื้อย่าง/หมูย่างใบชะพลู ไส้อั่วคุโรบูตะ ไส้กรอกอิสานคุโรบูตะ

เนื้อวะกิวย่างฉ่ำๆ ความนุ่มไม่ต้องพูดถึง.. แต่รสเนื้อออกจะอ่อนและจืดไปหน่อย พอจิ้มแจ่วข้นๆ เผ็ดๆ รสจัดแบบไทยแท้ ก็ช่วยดึงรสชาติเนื้อขึ้นมา..
จริงๆ ตอนย่างถ้าโรยเกลือไปแผ่วๆหน่อยนี่จะให้เต็มเลย นี่พอไม่จิ้มแจ่วแล้วเนื้อออกจะจืดไปสักนิด.. เสียดาย..
แต่แจ่วข้นและรสดีมาก แจ่วเป็นแจ่วค่ะ ชอบบบบบ..

หม่ำเนื้องัววะกิว.. บางคนอาจไม่รู้จักหม่ำ หรือสงสัยว่าหม่ำต่างจากไส้กรอกอิสานยังไง
อธิบายง่ายๆคือหม่ำคือไส้กรอกที่มีส่วนผสมของเครื่องในด้วย = )
รสชาติไม่จัดมาก กินได้เพลินๆดีค่ะ

หมูย่างใบชะพลู และไส้อั่วคุโรบูตะ

ซุ้มซีฟู๊ดเย็น ทั้งสดทั้งสุก แซลม่อนรมควันก็มีให้ค่ะ จะรับทั้งแบบนี้ หรือจะราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู๊ดจี๊ดจ๊าด พริกกระเทียม.. เป็นแซลม่อนแช่พริกสดก็ได้
ไหนจะหอยนางรม กุ้ง กั้ง ปูม้า ปูทาราบะ โอ้ย.. เยอะ
จริงๆน้ำจิ้มมีมาให้แทบทุกสูตรเลยนะคะ โชยุ วาซาบิก็มีค่ะ นี่แค่ส่วนหนึ่ง.. ยังมีพริก กระเทียม มะนาว น้ำพริกเผาอีก.. เลือกกันไม่ถูกเลยค่ะ ว่าจะกินกับอะไรดี

มีซุ้มซีฟู๊ดเย็น ก็ต้องมีซุ้มซีฟู๊ดร้อนค่ะ ปิ้งย่างได้อย่างใจ..
ปลาเผา ปลาอบเกลือ.. กุ้งแม่น้ำเป็นกุ้งออร์กานิกจากฟาร์มที่จันทบุรี = ) ฝีมือย่างใช้ได้ทีเดียว กุ้งย่างมาพอสะดุ้งไฟ เนื้อยังฉ่ำ ไม่แห้งกรังติดเปลือกค่ะ

และที่พิเศษในแต่ละช่วงเดือนคือจะมีเมนูอาหารจากรายการเชฟกระทะเหล็กด้วยค่ะ อย่างช่วงที่ไปมา ก็จะเป็นต้มยำกุ้งบิสก์
ลักษณะจะเป็นซุปข้นกุ้งเหมือนล็อบสเตอร์บิสก์ แต่ไม่ข้นคลั่กจนมันเลี่ยน และเจือไปด้วยความหอมของข่าตะไคร้
เปรี้ยวเผ็ดพอนวลปากค่ะ กินได้เพลินๆ ไม่แนวเน้นเผ็ดจนแซ่บซี๊ด..

และ.. ปลาร้าอบชีส
เมนูนี้กินแล้วก็คุยกับเชฟว่าปลาร้าไม่ค่อยออกรสเลย เชฟชุมพลก็บอกว่าตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้น คือให้รับประทานง่ายสำหรับทุกชาติทุกวัย
อย่างตัวปลาร้าก็เอาไปทอดกับไวน์ขาวก่อน แล้วค่อยอบมากับไวท์ซอสและชีส..

ที่ถูกใจอีกอย่างก็เป็นนานาน้ำพริกและเครื่องจิ้มค่ะ มีประมาณ10กว่าชนิดเห็นจะได้ รวมถึงแสร้งว่ากุ้งด้วย
ผักแนมและเครื่องเคียงไม่ต้องพูดถึง.. เยอะมากกกก เช่นกัน กินแต่ผักแนมก็แทบจะอิ่มแล้ว..

ขนมจีนก็มากันทุกน่านน้ำค่ะ ตั้งแต่น้ำพริก( ของโปรด ) น้ำยา น้ำยาปักษ์ใต้ น้ำยาป่า ซาวน้ำ แจงลอนข้นมัน….
ผักเหมือด ผักแนม ผักทอด.. เลือกกันไม่ถูกอีกเหมือนกัน..

ขนมจีนน้ำพริก รสดีใช้ได้ค่ะ น้ำพริกเข้มข้น ไม่หวานเจื้อยเกิน..

 

สำหรับคนที่รู้สึกว่าอยู่เมืองไทยแท้ๆ ทำไมข้าวไทยอร่อยๆ หายากจัง ส่งออกซะหมด..
ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ.. Anantara เขาคัดข้าวชั้นดีมาให้ลิ้มลอง ทั้งข้าวขาวดอกมะลิหอมใบเตยแท้ ข้าวกล้องอย่างดี ข้าวสังข์หยดที่หารับประทานได้ยาก และข้าวอื่นๆ

พล่า-ลาบ-ยำ-ทำสด.. ทั้งยำปลาดุกฟู ยำกุ้งฟู พล่ากุ้งพอสะดุ้งไฟ เนื้อยังใสๆ อยู่เลย.. รสชาติจัดจ้าน..

แน่นอนว่าอาหารไทยจะขาดส้มตำไปได้อย่างไร..
ส้มตำไทย เผ็ดกำลังดีค่ะ รับพร้อมข้าวมันร้อนๆ อย่าลืมแนมด้วยเนื้อ/หมูฝอยนะคะ อร่อยกันลืมอิ่ม = )

แต่ถ้าใครอยากกินตำปู/ตำลาว/ตำโคราช/ตำไข่เค็ม/ตำคอหมูย่าง หรืออื่นๆ สุดแท้แต่จะสรรหา
ก็มี”มือตำ” คอยรัวครกให้อย่างใจค่ะ.. แคปหมูไร้มัน กินกันลืมอ้วนเช่นกัน = )

บะหมี่ก๋วยเตี๋ยวมากมี จะเอาเส้นอะไรก็สั่งได้ หรือจะรับเป็นหมูแดงเยิ้มๆ ไก่มันๆ เป็ดย่างเป็ดพะโล้เนื้อหนานุ่ม ก็สั่งได้เช่นกันค่ะ
เป็ดทำได้ดีเกินคาดนะคะ สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารไทย.. เนื้อหนาฉ่ำดี ไม่แห้งแข็ง..

อาหารคาวอื่นๆยังมีอีก ( เยอะ ) มากค่ะ ชมภาพเพิ่มเติมได้ท้ายบล็อกนะคะ

ขอข้ามมาดูไลน์อาหารหวานกันบ้าง..
ขอบอกว่าเป็นชุมชนขนม นม เนยที่สะใจมากกกกกก ของหวานเยอะเกินคาดมากกกกก ทีแรกนึกว่ามีไว้พอประดับไลน์สวยๆ
นี่เค้กเรียงรายเต็มเคาน์เตอร์เลยค่ะ กะคร่าวๆด้วยตาไม่น่าต่ำกว่า 20 ชนิด ไหนจะเบอร์รี่สดๆอีก ทั้งเชอรี่ ราสเบอรี่ บลูเบอรี่..
เล่นเอาคิดไม่ตกเลยว่าจะเผื่อท้องไว้กินขนมแค่ไหนดี ก็น่ากินไปซะหมด (^^’ )
เค้กอร่อยหลายตัวเลยค่ะ ชิมกันชิ้นละคำก็แทบจุกแล้ว แต่มากาฮองว่านเฉยๆนะคะ ไม่ดีไม่แย่..

ขนมไทยก็แน่นอนว่าขนมาเต็มอัตราศึกเช่นกันค่ะ
ที่ชอบมากคือขนมไทย ท็อฟฟี่โบราณ ไอติมหลอดและเครื่องว่างโบราณ ชวนให้โหยหาอดีตดีจริงๆค่ะ
น่าพาเด็กๆมาดูและเรียนรู้ขนมไทยเก่าๆมาก หลายอย่างเดี๋ยวนี้หายากเนอะ..
ขนมปี๊บยังมีเลย น่ารักดีค่ะ เห็นขนมขาไก่แล้วนึกถึงตอนไปรับน้อง 555

ที่กรี๊ดมากคือน้ำตาลปั้นค่ะ ไม่เห็นมาหลายปีมากกกกกกกกกกกกก..
เห็นแล้วนึกถึงสมัยเด็กๆ เวลาไปกินแคนตั้นสุกี้ที่สยามสแควร์ แล้วจะมีน้ำตาลปั้นนี่อยู่หน้าร้านคอยหลอกเด็กอย่างพวกเรา เป็นความหลังที่ทำให้“ยิ้ม”จริงๆค่ะ = )

นอกจากไอติมหลอดและหวานเย็นแล้ว ไอศกรีมอย่างฝรั่งก็มีนะคะ มี 6 รสค่ะ เวียนๆ กันไป..

เครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะเช่นกันค่ะ นับตั้งแต่.. ชาชักและกาแฟชัก..
มีQC จากหาดใหญ่ประจำที่ Anantara เชียวนะคะ ฉะนั้นวางใจได้ว่ารสชาติเข้มข้นตามต้นตำรับชาชักแท้แน่นอนค่ะ (^^ )

จะมะพร้าวน้ำหอม ทั้งสดทั้งเผา หรือจะเป็นน้ำอ้อยคั้นสดก็มีให้เลือกลิ้มความหวานหอมเฉพาะตัว

น้ำสมุนไพรโครงการหลวงก็มีค่ะ น้ำบีทรูทจะเปรี้ยวๆ หวานๆ ดี พวกเราเอามาผสมกับน้ำเสาวรส เป็นMocktail อร่อยไปอีกแบบ อิอิ

อย่างที่แจ้งไว้ข้างต้น ถ้าเพิ่มอีก 400++ ก็จะได้เป็นFree Flow เบียร์และ Wine ค่ะ มีทั้งโรเซ่/แดง/ขาว

อาหารยังมีอีกเยอะมากค่ะ.. รูปอาหารอื่นๆ ในไลน์ทั้งคาวหวาน สามารถรับชมได้ที่นี่นะคะ

ทีแรกคิดว่าจะกินแค่พอประมาณ เจอทั้งวะกิว อาหารไทยเลิฟๆ และขนมเค้ก ไอศกรีม ของหวาน เครื่องดื่มทั้งหลายเข้าไปก็.. ไว้จะแก้กรรมด้วยการวิ่งละกัน (^^’ )
จากนั้นเลยเดินชมโรงแรมกันต่อ ไปกันที่เบกอรี่ Numero Uno Cafe ค่ะ
สำหรับผู้ที่มาที่โรงแรม ไม่จำเป็นว่าต้องมารับประทานอาหารหรือเข้าพักนะคะ ขอแค่มาก็พอ.. สามารถซื้อเบเกอรี่กลับบ้านได้ในราคาพิเศษ เพียง 74 บาทเท่านั้นค่ะ

ห้องอาหารBenihana.. เห็นขวดสาเกเรียงรายแล้วช่าง XD

ส่วนนี่ก็ Trader Vic’s ค่ะ = ) ยังคงความเป็นบรรยากาศ Pacific ไว้ได้อย่างดี..

ทาง Anantara แจ้งว่ากำลังคิดคอนเสปต์การเที่ยวพักผ่อนให้กับคนกรุงที่ไม่อยากหรือไม่มีเวลาออกไปไหนไกล
แต่ได้ผ่อนคลายและสนุกสนานเสมือนไปต่างจังหวัด.. แล้วมาติดตามกันนะคะ ว่าจะเป็นยังไง.. อีกไม่นานกินรอค่ะ (^^ )

Comments are closed.