ถึงคราวแฉตัวเองของว่านน้ำ XD ลดน้ำหนัก 1เดือน 8 kg. ..2เดือน 12 kg. ..ณ บัดนาว 20 kg.

*+*+* ปัจจุบันว่านไม่สนับสนุนให้ทำคาร์บ็อกซี่แล้วนะคะ
เพราะ อย. และแพทยสภาไม่รับรองค่ะ 

แต่เนื่องจากต้องการบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองตามที่เกิดขึ้นจริง
จึงขอคงข้อความเดิมไว้ค่ะ *+*+*

บล็อกต่อไปนี้ยกมาจากกระทู้เดิมที่เคยลงไว้ที่พันทิปเมื่อมกราคม 2011 นะคะ = )
.
สวัสดีค่ะ

ห่างหายพันทิปไปนาน โดยเฉพาะโต๊ะแป้ง ไม่ได้มาตั้งกระทู้นานมากๆๆๆ แหะๆ

วันนี้กลับมาพร้อมกระทู้ที่หมายใจจะตั้งมาหลายเดือนแล้วค่ะ..
นั่นคือการ..แฉตัวเอง
ถ้าใครเล่นพันทิปมานาน จะสังเกตได้ว่า ว่านเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดถึงตัวเองเท่าไหร่
รูปตัวเองก็จะลงน้อยมากกกกกก ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา..
วันนี้.. จัดเต็มค่ะ พี่น้อง.. หุหุ

เป็นประสบการณ์การลดน้ำหนักของตัวเองค่ะ
หลายคนที่แก่ๆ เอ้ย เก่าๆ ก็คงทราบดีอีกเหมือนกันว่า.. ว่านน้ำ.. ชอบกินมาก
สรรหาของกินไปทั่วแคว้น เลยไปถึงญี่ปุ่น.. ( ฮา )
ช่างกิน – ชอบกินขนาดนี้..

ลดน้ำหนักน่ะ มันไม่ง่ายหรอก..
ไม่ใช่ไม่ง่ายสิ ต้องเรียกว่ายากเลยแหละ

แล้ว1เดือน 8 kg. .. 2เดือน 12 kg. .. ณ บัดนาว -> 20 kg.
ไม่ต้องใช้ยา
ไม่ต้องมีสูตร
ไม่มีตัวแสดงแทน!
ทำได้ยังไง?

มาดูกันค่ะ!

พื้นฐานร่างกาย + นิสัยการกิน

– ใหญ่แต่เกิด! คลอดมาก็เฉียด 5 โลแล้ว หย่อนไปไม่กี่กรัม.. =P

– ณ บัดนาว อายุ 30+ กินนิดกินหน่อยก็พาลจะออกข้างซะละ..

– เป็นคนกระดูกใหญ่……… สูง 170 cm.

– เป็นคนไม่ดื่มน้ำอัดลมเลย ไม่กินหนังไก่ หนังหมู ของมันๆ

– ไม่กินข้าวขาว คนใกล้ชิดจะรู้กันดีว่าเป็นคนที่กินข้าวน้อยมาก
ทานอาหารไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้านก็ไม่กินข้าวสวย สามารถเน้นกับเพียวๆได้ ขนมปังก็จะเน้นโฮลวีทเท่านั้น

– ไม่กินจุบกินจิบด้วย แต่มีกินมื้อดึกบ้าง เวลาทำงานดึกๆ

– กินผัก กินผลไม้เยอะ.. ไม่เกี่ยงว่าจะผัก+ผลไม้อะไร หวาน-ขม-เผ็ด-กิ่ง-ก้าน-ใบ.. กินได้หมด

– โอเค กินชีส แต่ก็ไม่ได้บ่อย..

– ชอบกินของหวาน แต่ก็ไม่ได้มากมายผิดมนุษย์มนาอีกแหละ..

– นมก็เลือกดื่มแต่ขาดมันเนย แต่น้ำหนักมันก็ยัง.. กระดึบๆขึ้นเรื่อยๆ

Photobucket

 

ประสบการณ์ลดน้ำหนักที่ผ่านมา

– เป็นคนค่อนข้างอ้วนแต่เด็ก ( ตามข้างต้น ) ไซซ์จะอยู่ราวๆ L มาตลอด ยิ่งตอนไปเรียนเมกา ยิ่งพุ่งใหญ่ โดดไป XL นู่นนนน.. อย่างหมีมาก
– กลับมาเมืองไทย พอเข้ามหาลัยได้ซักพัก ก็เริ่มรักสวยรักงามตามกระแส.. กินยาลดน้ำหนัก.. ผ่าน(ปาก)มาหมดแล้ว ทั้งหมอใจดี – ยันฮี – MD คลีนิก และอื่นๆ เรียกว่าที่ไหนดีที่ไหนเริศศศศ ถ่อไปหมดไม่มียั่น..
– เป็นคนค่อนข้างอึด – ถึก และบึกบึน.. กินยาแล้วชิวๆมาก ไม่วูบ ไม่หวั่นไหว ไม่ใจสั่น ไม่ปากแห้ง ไม่อะไรทั้งนั้น ( แต่น้ำหนักลงนะ )
– เพราะโหมกินยาลดน้ำหนักอยู่เป็นปีๆ เลยได้ผอมสมใจ.. เพรียวสุดในชีวิต( ตอนโตแล้ว )อยู่ที่ 54 kg.
– ตอนผอมเพราะกินยานี่น่ากลัวมาก กลับมาดูรูปสมัยนั้นแล้วตกใจ แขนเป็นก้างเลย ที่สำคัญคือจำไม่ได้ว่าเคยผอมถึงขนาดนั้น!
– พอเริ่มทำงาน ก็เลิกกินยา พร้อมน้ำหนักที่เริ่มกลับมาอีกครั้ง
– เริ่มดิ้นรนหาวิธีลดน้ำหนักแบบไม่ใช้ยา.. สูตรพระเทพ สูตร7วัน9กิโล สูตรซุปผัก สูตรๆๆ ผ่านมาทุกสูตรแล้ว
– คุ้ยจนถึงต้นตอสูตรฉบับภาษาอังกฤษ ถึงได้รู้ว่าสูตรซุปผักภาษาไทย แปลผิด! (-“- ( แต่ถึงจะทำตามต้นฉบับภาษาอังกฤษ แล้วก็ไม่ลงหรอกนะ เหอะๆ )
– บ้านเดิมใกล้สวนลุม.. เคยฮึดไปวิ่งอยู่พักนึง.. แล้วก็ (-_-‘
– ใกล้ Ca WOW สีลมด้วย.. เคยกำเงินไปสมัครสมาชิกเหมือนกัน
– จะปล่อยให้เงินสูญเปล่าไม่ได้!!! ย๊ากกกก.. ฮึดๆๆๆ ฟิตๆๆๆ ( เสียค่าสมัครแล้วนี่ ) ได้เดือนกว่าๆ แล้วก็ (-_-” ( แน่นอนว่าค่าสมัครที่เหลือทั้งปีก็เป็นอันว่าสูญโญ.. )
– แถวบ้านเดิมเคยมีแอโรบิกทุกเย็น ฮึดไปเต้นอีกแหละ ใกล้บ้าน ฟรีด้วย ต้องพยายามๆๆ สุดท้ายก็ (-_-‘”
– Low Carb / Atkins ก็เคยลอง ขวนขวายหาแถบวัดปริมาณคีโตนมาจากอเมริกา เรียกว่าทุ่มเทสุดฤทธิ์..
– Fast5 ก็เคย..
– Hot Yoga ซื้อคอร์สแบบบุฟเฟ่ต์ไว้ ฮึดไปอาทิตย์ละ2-3วันอยู่เป็นเดือน แต่ก็อีกแหละ จุดจบไม่ต่างจากฟิตเนส เสียเงินไปเปล่าๆปลี้ๆ สุดท้ายก็ไม่ได้ไป ( กะ6ๆ )
– New Year Resolutions ตั้งมาหลายปีว่า 1 ในนั้นคือการลดน้ำหนัก จนเลิกคิดจะตั้งละ เพราะทำไม่ได้ซักที

ยาลดน้ำหนักมันทำลายสมองจริงๆนะ เรื่องโง่น่ะไม่เท่าไหร่ เพราะไม่ได้ฉลาดล้ำอะไรมาก ( ฮา ) แต่มันทำลายหลายอย่างในชีวิตไป.. จริงๆ … อย่ากินเลยค่ะ มันไม่มี shortcut หรอก
.
สุดท้ายก็มีข้อสรุป เอ้ย ข้ออ้างให้กับตัวเองว่า.. คงลดไม่ลงแล้วแหละ
ดูซิ กินก็ไม่มาก น้ำอัดลมก็ไม่ดื่ม พยายามออกกำลังกายก็แล้ว ไม่ลงซักที..
แถมยังนึกฟุ้งไปว่าต้องเพราะสมัยก่อนกินยาลดความอ้วนแน่เลยยยยย ระบบเผาผลาญของร่างกายเลยถูกทำลายไปจนหมดแล้ว

ได้แต่ อ้วน -> เครียด -> กินหนม -> อ้วน -> เครียด -> กินหนม -> อ้วน -> เครียด -> กินหนมอ้วน -> เครียดดดดด..

เนื่องจากเป็นคนกระดูกใหญ่ และค่อนข้างสูง เวลาน้ำหนักเกินเลยดูไม่อ้วนเผละ( เท่าไหร่ ) แต่จะดูหนาๆตันๆ
แล้วคนจะประมาณน้ำหนักน้อยกว่าน้ำหนักจริงไปประมาณ 10 โล เลยย่ามใจ ไม่เดือดร้อนมาก ( จริงๆแล้วปลอบใจตัวเอง )
แต่จากที่ไปตรวจสุขภาพประจำปีมา3-4ปีหลัง ครั้งล่าสุด ปี09 หมอออกปากว่า “ขึ้นทุกปีเลยนะคะ” (Y_Y
ถึงคอเลสเตอรอล/ไตรกลี/LDL จะยังอยู่ในเกณฑ์ปรกติก็เหอะ แต่มันก็ปริ่มๆจะติดเพดานบนของเกณฑ์”ปรกติ”แล้ว..

พี่อีกคนเค้าก็บ่นๆ ว่าฟิตเนสอยู่ห่างจากบ้านไม่ถึง 3 เมตร ไม่ยอมไปออกกำลังกาย อยู่มา 3 ปี เข้าฟิตเนสไม่ถึง 3 หน ก็บอกเค้าว่า แบบ แหม พี่.. ไม่มีเวลา

พี่หมอเจก็เจอหน้าก็ร้องเจี๊ยกบอกว่า เฮ้ย นึกว่าซิ่มที่ไหน (Y_Y ทำร้ายจิตใจมาก พี่หมอ.. ชิร์

ได้ยินจากพี่อีกคนว่าเค้าไป Hot Yoga ทุกวันแล้วน้ำหนักลดไป 10 โลเลย วุ้ย อิจฉาๆ ดีจัง ทำไมเค้าลดได้ล่ะ

ได้ยินจากเพื่อนที่ทำงานเก่า ว่าเพื่อนอีกคนเค้าไปออกกำลังกาย งดข้าวเย็นแล้วลดได้ ตอนนี้ผอมเพรียว วุ้ย อิจฉ๊า อิจฉา.. ดีจังเยยย

มัวแต่นอนอืดอิจฉาความสำเร็จคนอื่น แต่ตัวเองไม่ทำอะไร แล้วมันจะลงได้ไง๊.. ว่านเอ้ย..

นึกน้อยใจในโชคชะตา..
ทำไมนะ กินก็กินไม่เยอะ ของอ้วนของมันก็พยายามเลี่ยง ยังอ้วนเอาๆ กินมากก็อ้วน ( แหงดิ ) กินน้อยก็ยังอ้วน ฮือๆๆ

ชาตินี้คงไม่มีวันผอมแล้วล่ะ

ชาตินี้คงไม่มีวันผอมแล้วล่ะ

ชาตินี้คงไม่มีวันผอมแล้วล่ะ

Photobucket

 

แรงบันดาลใจ

คิดว่าหลายคนคงเคยผ่านตา.. มันคือรายการ Biggest Loser นั่นเอง..
แต่ก่อนก็ดูแบบ.. ว้อบแว้บๆ ไม่สนใจมาก..
ว้าย วิ่งกันพลุ้ยเชียว.. ก็เนี่ยแหละน้า พวกเมกัน กินกันยัดทะนานขนาดนั้น ก็ต้องอ้วนสิ
เราเนี่ยสิ กินก็ไม่เยอะ ทำไมยังอ้วนอะ ฟ้าไม่ยุติธรรม ฮือๆๆๆ ( ก็ยังไม่เลิกโทษอย่างอื่นนอกจากตัวเอง (-“- ))

จนกระทั่งมา.. ตั้งหน้าตั้งตาดูจริงจัง ก็เลยได้คิด..
เค้าหนักพะเยิบพะยาบกันขนาดนั้น ยังพยายามจะลด วิ่งกันเหนื่อยยากลำบากแสนลงนอนพะงาบๆ..
เราหนักน้อยกว่าเค้าตั้งเยอะ จะลดก็ลดได้ง่ายกว่า ใกล้เส้นชัยกว่าเค้า ทำไมไม่พยายามบ้างล่ะ..
ถึงใครจะว่ารายการนี้เฟคมั่ง จัดฉากมั่งก็เหอะ ( ตอนโหวตน่ะ ) แต่ยังไงตอนเค้าออกกำลังกายกันมันก็คือเรื่องจริงนี่นะ!

ช่วงแรก – วิ่งทุกวัน + คุมอาหาร

ปลายเดือนมกรา..
หลังจากบ่มเพาะแรงบันดาลใจ Biggest Loser มาหลายซีซั่น..
วันนึง ว่านก็คิดว่าเราต้องเริ่มเสียที ( ตอนพิมพ์นี่ก็ดูไปด้วย 555 หวนหาแรงบันดาลใจตอนพิมพ์.. )

วันแรก – เอาเว้ย ไม่ต้องคิดมาก วิ่งมันเลย.. วิ่งมันเข้าไป
วิ่ง
วิ่ง
วิ่งงงงงง..
วิ่งไปได้.. 5 นาที

ก็จะตายแล้ว (Y_Y
หอบ เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก.. อ๊าก อึดอัด.. ตายแน่ตรูวววววววววววววววววว

แต่แล้วก็พยายาม ฮึด ..
คนอื่นน้ำหนักมากกว่าเราตั้งเยอะ เวลาวิ่งเค้าต้องทรมานกว่าเราหลายต่อหลายเท่าแน่ๆ
แต่เค้าก็ไม่ตายนี่!

สู้!

ท้อถอยไม่ได้นะ..

วันรุ่งขึ้นก็พยายามวิ่งต่อไป
จาก 5 นาที วันต่อไปก็ได้มากขึ้น..
เป็น 10 นาที
เป็น 15 นาที..

“อย่าหยุด-อย่าท้อ” ค่ะ

ว่านไม่ใช่คนชอบออกกำลังกายเลย เลยยยยยยยยยยยยยยย..
พูดจริงๆ ไม่ได้แอ๊บ.. เป็นคนขี้เกียจมากกกกกก
อย่างที่เขียนข้างบนแหละ ห้องห่างจากฟิตเนสไม่ถึง 20 ชั่วก้าว แต่ย่างกรายเข้าไปน้อยมาก
ตอนซื้อคอนโดก็เลื้อกกก เลือก.. ฟิตเนสต้องดี มีสระว่ายน้ำ ต้องมีซาวน่า อุ๊ย มีสตรีมด้วยเหรอ เริศๆๆๆ.. แล้วเป็นไงล่ะ ได้ใช้ไหม เฮอะ..
ปาเข้าไป 4 ปี กว่าจะได้ใช้ฟิตเนสจนคุ้มค่าส่วนกลางที่จ่ายไปจริงๆ

ช่วงแรกของการออกกำลังกายเนี่ย.. วิ่งทุกวัน ค่ะ

วิ่งมันทุกวัน.. จากวันละนิดวันละหน่อย จนคงตัวที่ 40 นาที

ฟังดูนานเนอะ 40นาทีแน่ะ..
ตอนวิ่งอะ จะบอกว่าเบื่อโค่ด เบื่อมากกกกกกกกก
วิ่งสดๆ ไม่มีเพลง ไม่มีทีวี ไม่มีอะไรทั้งนั้น
ตอนวิ่งก็พยายามนึกไปเรื่อยเปื่อย นึกอะไรเพลินๆ ขาก็วิ่งไปเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ดีหน่อย ไปคุ้ยหาWalkman สมัยก่อนเจอ
เลยอาศัยฟังวิทยุเอา นับคร่าวๆในใจ ได้ 7-8 เพลงก็หมดเวลาวิ่งพอดี
เวลาก็พยายามให้กำลังใจตัวเอง อีกเพลงน่า อีกเพลง.. แล้วก็วิ่งไปอีกเพลง และอีกเพลง..
แป๊บๆ ก็หมดเวลาวิ่งแล้ว XD

นอกจากการวิ่งแล้ว ว่านใช้การคุมอาหารด้วย กินมื้อเย็นไม่เกิน 4-5 โมง หิวก็เอาน้ำลูบท้องเอา
( มีอยู่ช่วงนึง พยายามฮึด ยกเวทร่วมด้วยบ้าง แต่.. ขี้เกียจ แหะๆ )

แต่ไม่จำกัดชนิดอาหารนะคะ คืออยากกินรัยก็กินน่ะ ไม่ได้จำกัดว่าต้องงดแป้งงดมันอะไร
เพราะคิดว่าแค่2อย่างนี้ก็ยากพอแล้ว
บางวันกินเค้กมะพร้าวด้วยซ้ำ ฮา..

ขอแค่ 1. วิ่ง 2. คุมอาหาร ให้ได้ 2 อย่างนี้ก่อนก็พอแล้ว

แค่2อย่างนี้ ปรากฏว่าภายในเดือนกุมภาเดือนเดียว ว่านลดไป 8 กิโล

อ่านถึงตอนนี้หลายคนก็คงคิด..
โหยยยย ชั้นทำไม่ได้หรอก แค่ออกกำลังกายทุกวันก็จะตายแล้ว แล้วยังจะไม่กินข้าวเย็นอีกน่ะ ชั้นทำไม่ได้หรอก
ไม่ต้องพูดถึงข้าวเย็นหรอก ไม่กินมื้อดึกก็จะแย่แล้ว ชั้นทำไม่ได้หรอก ก็มันหิวนี่นา..

ใช่ค่ะ..

ก็แค่ “กิน” หรือ “ไม่กิน”

กิน ก็อ้วน..
ไม่กิน.. ก็ไม่อ้วน ก็เท่านั้น..
ทำ เพื่อตัวเอง
ทำ เพื่อสุขภาพตัวเอง
ทำ เพื่อทวงชีวิตตัวเองกลับคืนมา

เพื่อตัวเอง ทำได้ไหม?

Photobucket

 

ช่วงสอง – วิ่งทุกวัน + คุมอาหาร + Carboxy

เดือนแรกผ่านไป ว่านเริ่มไปทำ Carboxy ค่ะ
ก่อนหน้านี้เคยไปทำมาแล้ว ช่วงปี 09 ที่คลีนิกแถวบ้าน แต่ไปทำไม่สม่ำเสมอ
ทำมั่งไม่ทำมั่ง จนคลีนิกปิดไปซะก่อน.. กำ..
( จะเห็นได้ว่าเป็นคนฮึดเป็นพักๆจริงๆ )

อยากจะบอกว่า.. มันช่วยจริงๆนะ แต่คุณต้องมีความสม่ำเสมอ อดทน แล้วก็พยายาม..
ที่หลายคนทำแล้วไม่ลด อาจจะเนื่องมาจาก..
– Flow ของก๊าซไม่แรงพอ
– อดทนใส่ก๊าซเข้าไปได้ไม่มากพอ
– ไม่มีความสม่ำเสมอพอ

ว่านเข้าใจว่าตอนก๊าซมันวิ่งเนี่ย มันโค่ดแสบเลย ยิ่งตรงไหนที่ไขมันน้อยๆนี่ถึงกับกัดฟันเหมือนกัน
ทั้งๆที่ว่านเป็นคนที่ Threshold ความเจ็บปวดค่อนข้างสูงแล้วนะ
แตว่านก็ยอมรับเหมือนกันว่า ถ้าอาศัยวิ่งเพื่อเบิร์นไขมันอย่างเดียว สัดส่วนว่านคงลงไม่ได้มากขนาดนี้หรอกค่ะ ดูได้จากกราฟข้างล่างเลย..

Carboxy เจ็บยังไง?

มันจะเจ็บสองช่วงค่ะ 1. ช่วงก๊าซเดิน 2. ช่วงก๊าซกำลังจะเต็ม..

ช่วง 1. ตอนปักเข็มเนี่ย.. ไม่เจ็บหรอกค่ะ เพราะเข็มมันจิ๊ดดดดดด นึง..
แต่พอตอนปล่อยก๊าซเนี่ยสิ.. จะเรียกว่าเจ็บดีไหมนะ?

เรียกว่า รวดร้าว ละกัน

เพราะก๊าซมันจะแทรกกกกกกก ไประหว่างกล้ามเนื้อกับไขมัน
ถ้าตรงไหนไม่เจ็บ อย่าได้ย่ามใจไป หึหึ.. เพราะแสดงว่าชั้นไขมันมันยังหนาอยู่
ตรงไหนที่ไขมันมันไม่หนาเนี่ยสิ.. มันจะ เจ็บ – แสบ – รวดร้าว..

เจ็บนานไหม? จริงๆว่านว่าไม่เกิน 20 วิหรอก แต่ขอตีไว้ 1 นาทีละกัน เพราะระยะแห่งความเจ็บปวด ณ ตอนนั้นมันช่างนานเหลือเกิน 555

Flow ก๊าซเนี่ย ถ้าไหวน่ะ อย่าใช้เลยค่ะ Flow ต่ำๆมากๆน่ะ เพราะยังไง.. มันก็เจ็บเหมือนกัน
สู้กัดฟันรวดร้าวแบบเร็วๆไปแปบเดียวจบและได้ผล
ดีกว่าจะให้ Flow ต่ำๆ แถมยังแรงไม่พออีก
เจ็บตัวก็เจ็บเหมือนกัน แถมยังเจ็บนานกว่าอีกแน่ะ เพราะก๊าซค่อยๆเดินอะ

ก๊าซวิ่งถึงไหนนี่รู้ถึงนั่นเลยค่ะ เป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกจิตเพื่อ “ตระหนักรู้” ที่ดีมาก 555
พอก๊าซแทรกและดันชั้นผิวหนังจนพองขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ก็ไม่เจ็บ-ปวด-รวด-ร้าวละ
ก็นอนร้องเพลงรอไปเรื่อยๆ จนกว่าก๊าซจะเต็ม..

พอมันเต็มแล้วเนี่ย.. ก็ช่วง 2. ซึ่งมันจะออกแนว อึดอัด ทรมาน.. มันรู้สึกจะเป่งๆพองๆ
ตอนนี้ก็แล้วแต่แล้วค่ะ ว่าจะรับก๊าซได้แค่ไหน ว่านก็ได้จนผิวมันเป่งจนดันที่รัดไว้แหละ..

แล้วจนท.จะเอาเชือกรัดออกค่ะ
ก็รอแปบนึง ก็จะยุบ กลับบ้านได้ ช่วงนั้นถ้าขยำเนื้อก็จะเป็นเสียงกรอบแกรบๆใต้ผิว หนุกดี อิอิ

ที่เห็นผลชัดที่สุด คงเป็นต้นแขนกับต้นขาค่ะ
ปีก+หลังพอใช้ได้ น่องไม่ค่อยเยอะอยู่แล้ว ( เพราะมันใหญ่อยู่แล้ว 555 )
เอวนี่ลงก็จริง แต่ยังมีหน้าท้องอยู่เยอะมาก หนักใจอยู่ (=_=
เคยคิดเหมือนกันว่าจะลงcarboxy ต่ออีกคอร์สดีไหม แต่.. ขี้เกียจ (-“-
กะว่าจะทำ Vaser / AccuSculpt ไปเลย เก็บตังอยู่ค่ะ
.
ย่างเข้าเดือนมีนา.. เดือนที่ 2 ของการตั้งใจลดน้ำหนักอย่างจริงจัง
น้ำหนักว่านลงน้อยกว่าเดือนแรกถึงครึ่งต่อครึ่ง คือ 8 โล กับ 4 โล
เล่นเอาแอบใจเสีย+ผิดหวังนิดๆเหมือนกัน
อารายกานเนี่ย ชั้นทำเหมือนเดือนแรกเป๊ะๆ ทำไมได้ผลครึ่งเดียวเองอ่าาาาา (Y_Y

แต่ก็เข้าใจนะว่า ก็ช่วงแรกน้ำหนักเกินเยอะ เลยลงได้มาก ดูกราฟดิ ดิ่งวูบเลย
พอเข้าเดือนถัดๆมา มันจะเริ่มลงได้น้อยละ เพราะอ้วนน้อยลง แต่สัดส่วนยังลงเป็นที่ค่อนข้างพอใจ

เรื่องคุมอาหารก็ยังเหมือนเดิมค่ะ กินมื้อสุดท้ายบ่ายสี่บ่ายห้า
วันไหนต้องออกไปข้างนอก ก็นั่งเม้าท์แทน ไม่กิน.. แน่วแน่มาก..

 

ผล?

ข้างล่างนี่คือกราฟผลจากการลดน้ำหนักของว่านค่ะ

Photobucket* ขอบคุณกราฟจากคุณน้องเซ ที่ช่วยทำให้ค่ะ

ช่วงสาม – วิ่งบ้างไม่วิ่งบ้าง + คุมอาหาร

พอเข้าเมษา ทีแรกว่านซื้อคอร์สบุฟเฟ่ต์Carboxy อีกที่นึงไว้ คนละที่กับที่แรก เพราะมันถูกกว่า (^^’
ขณะที่ยังลังเลอยู่ว่าจะต่อเลยดีไหม..

ม็อบแดงก็บุกยึด รปส. (-“-
ไม่ต้องคิดละครับ.. พี่น้อง.. ออกกำลังกายอยู่บ้านแหละฟละ..

ช่วงนี้ว่านเริ่มออกกำลังกายน้อยลง ประมาณแค่อาทิตย์ละ 3-4 วัน
การกินก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น มีกินมื้อเย็นนอกบ้านบ้าง อะไรบ้าง.. เพื่อไม่ตึงกับตัวเองเกินไปค่ะ

ตะละคน ต้องดูจังหวะของร่างกายตัวเองค่ะ  แล้วก็พยายามปรับ/จูนให้เข้ากับตัวเอง
พื้นฐานว่าน.. ว่านรู้ตัวว่าเป็นคนไม่ขยันมาก ฉะนั้นโหมอะไรมากไป เดี๋ยวมันจะ”เขื่อนแตก” แล้วก็หมดความตั้งใจ.. ก็ต้องมีเวลาผ่อนสายป่านบ้าง

พอเข้าเดือน พค. ว่านก็เริ่มทำงานประจำค่ะ เป็นระยะสั้นๆ ไม่กี่เดือน ก่อนหน้านี้เป็น freelance
บางคนอาจจะร้องว่า อ้าว.. เป็น freelance ก็มีเวลาออกกำลังกายได้ทุกวันสิ
อยากจะบอกว่า.. ไม่ว่าคุณจะทำงานที่บ้าน หรือทำงานนอกบ้าน เวลามันไม่มีผลหรอกค่ะ ถ้าคุณไม่คิดจะออกกำลังกายจริงๆ

ว่านทำงานเป็น freelance อยู่กับบ้านก่อนหน้านี้เป็นปี ไม่เคยเดินไปออกกำลังกายสักครั้ง
แล้วจะมองอีกมุมนึง.. เป็น freelance เนี่ย เสียเปรียบกว่านะคะ
จะนอนขี้เกียจเมื่อไหร่ก็นอนได้ ไม่ค่อยได้ขยับไปไหน
อาชีพ freelance ส่วนมากก็จะเป็นอาชีพนั่งหน้าจอ ใช้พลังงานแต่ละวัน น้อยยิ่งกว่าน้อยค่ะ..
ออกจากบ้านก็ไม่ได้ออก ไม่ได้ใช้พลังงานอีกแหละ..
นั่งๆนอนๆ แถมยังมีขุมอาหารอย่างตู้เย็นอยู่ใกล้มือซะอีก 555 อดใจง่ายที่ไหนล่ะ!

อย่าหาข้ออ้างให้ตัวเองค่ะ
มันไม่เกี่ยวกับว่าคุณจะทำงานที่ไหน ทำงานอะไร ใช้ชีวิตตะละวันยังไง กลับมาเหนื่อยหรือเปล่า
ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่มีเวลานั่งเฟสบุ๊คหน้าจอ มันก็ไม่ใช่แล้วน้า..

คนจะทำ ก็ตั้งใจทำ..
คนไม่คิดจะทำ ต่อให้มีลู่วิ่งอยู่ในห้องก็ไม่ช่วยอะไรค่ะ

แค่ออกกกำลัง หรือ ไม่ออกกำลัง ค่ะ .. จริงมะ

 

ช่วงสี่ – วิ่งบ้างไม่วิ่งบ้าง + คุมอาหารบ้างไม่คุมบ้าง + Carboxyบ้างไม่Carboxyบ้าง

พอเข้ามิถุนา เหตุการณ์สงบดีแล้ว ก็เริ่มกลับไปทำ carboxy อีกรอบค่ะ
กลับจากทำงาน ก็เหนื่อยนะ.. แต่ก็ยังไปวิ่งอยู่ค่ะ อาทิตย์ละ 3 วันมั่ง 4 วันมั่ง สลับๆกันไป
เนื่องจากต้องทำงานประจำ ต้องตื่นเช้า ต้องมีการเดินทาง กว่าจะถึงบ้านก็เย็น แวะทำ carboxy อีก เลยปรับ+จัดระเบียบโภชนาการตัวเองนิดหน่อยค่ะ

โดยที่ตอนเช้า จะกินข้าวเช้า+ราดกับสองอย่างเลย เน้นเป็นข้าวกล้อง หรือไม่ก็อาหารเช้าอื่นๆ ตามรายทางข้างถนน
แล้วก็ซื้อแกนสับปะรด กับมะละกอไว้กินสายๆ ( จริงๆเป็นคนไม่ชอบมะละกอเท่าไหร่ ตอนนี้เลยเฉยๆไปเลย )
เที่ยงก็กินข้าวปรกติค่ะ

พอบ่ายสี่ ก็กินข้าว+ราดกับสองอย่าง เน้นเป็นข้าวกล้องอีกเหมือนกัน

สรุปว่าใช้ สูตรกินมื้อสุดท้ายบ่ายสี่ เหมือนเดิม
แต่ไม่เคร่งมากนะ บางวันก็ไปกินอาหารเย็นกับที่ทำงานก็มี

จากกราฟ จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ ถึงจะออกกำลังกายน้อยลง แต่อาศัยการคุมอาหาร น้ำหนักก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่องค่ะ
ส่วนสัดส่วนมีดีดขึ้นมานิดหน่อย ตอนcarboxy รอบสอง ตอนนั้นว่านกำลังปรับโภชนาการอยู่ค่ะ
และอาจจะเพราะช่วงสิ้นเดือนเมษา ( วัดครั้งที่10 ) ตอนนั้นเป้นช่วงหลัง watergain ด้วยค่ะ ( อ่านเพิ่มได้ตอนท้าย )
.

ผลแห่งความมุ่งมั่นค่ะ

Photobucket

 

ช่วงห้า – วิ่งบ้างไม่วิ่งบ้าง + ไม่คุมอาหาร

ช่วง 5 ก็เริ่มประมาณ เดือนกันยาถึงตอนนี้ค่ะ
แต่ละอาทิตย์นี่วิ่งน้อยมากกกกก ( บอกแล้วว่าเป็นคนขี้เกียจ )
อาทิตย์ละครั้งนี่ก็เก่งแล้ว แล้วก็ไม่ค่อยคุมอาหารด้วย กินมื้อเย็นก็บ่อย..
แถมสิงหา-กันยา-ตุลา ไปญี่ปุ่นทุกเดือนเลย ( แฟนก๊าบโปรดติดตาม อิอิ )
ก่อนไปก็ทำใจ OrZ แล้วนะ ว่าน้ำหนักต้องขึ้นแน่ๆ

ทั้งไม่มีเวลาวิ่ง
ทั้งกินกระจาย..
ไหนจะซูชิ ข้าวขาวๆนุ่มๆ ชอกโกแลตตตตต เค้กกกกกกกกก ชูครีมมมมมมมมมม

อร๊ายยยยย ตายแน่ตรูว..
( ทำใจทั้งน้ำตา )

แต่..
แต่ปรากฎว่า น้ำหนักลง (-“-

ทีนี้เลยนอยด์+เครียดไปอีกแนว.. ว่าตัวเองป่วยป่าวฟละ กินกระจายวายป่วง ทำไมน้ำหนักลงล่ะ กีซซซซ..
วิ่งก็ไม่ค่อยได้วิ่ง ถึงตอนอยู่ญี่ปุ่นจะเดินขาแทบหลุดก็เหอะ
( แต่จริงๆแล้ว เดินให้ได้วันละ12,000-15,000ก้าว ก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่เพียงพอในแต่ละวันได้แล้วนะคะ
ที่เมืองไทยเดี๋ยวนี้ก็เห็นมีเครื่องนับก้าวขายแล้วด้วย ของ Omron มั้ง แต่ไพล่เรียกเป็นเครื่องนับแคลอรี่ไป ก็เข้าใจง่ายไปอีกแบบ )

สุดท้ายก็หาเหตุผลให้ตัวเองว่า คงเป็นเพราะอานิสงส์ผลบุญที่ทำมา เอ้ย ไม่ใช่..
คงเป็นเพราะการออกกำลังกายที่ผานมา มันช่วยkick ให้ระบบเผาผลาญที่เคยพังพาบไปเพราะยาลดน้ำหนักในคราวนั้น ให้กลับมาเป็นปรกติ

ฉะนั้น อย่าหาข้ออ้างกับตัวเองเลยค่ะว่า ถึงระยะสั้นๆฉันจะทำได้ แต่ฉันไม่มีปัญญาออกกำลังกายทุกวันตลอดไปหรอก..
มันไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรอกค่ะ ไม่มีใครรู้นี่??? วันนึงเมื่อร่างกายคุณเข้าที่ มันก็จะไปของมันได้เองค่ะ

ตอนนี้น้ำหนักว่านก็ยังคงที่ค่ะ ถึงไม่ได้ออกกำลังกายเท่าไหร่
อย่างเดือนธันวาที่ผ่านมานี่ วิ่งน้อยมากค่ะ กินเยอะด้วย บุฟเฟ่ต์หลายมื้ออยู่ ( ฮา ) เฉลี่ยวิ่งไม่ถึงอาทิตย์ละครั้ง
อาหารก็ไม่ได้คุม ( แต่ไม่มีมื้อดึกแล้ว ลาขาด.. ) แต่น้ำหนักก็ไม่ได้ขึ้นค่ะ สัดส่วนก็ยังลดลงอีกนิดหน่อย

พยายามเข้านะคะ

ทุกวันนี้ยังต้อง ถีบ ตัวเองไปวิ่งบ้างค่ะ
นานๆเข้าก็ชักจะเข้าอีหรอบเดิม.. กล่าวคือ.. ขี้เกียจ (-“-
แต่ก็พยายามคิดว่า.. สละเวลาแค่เดือนละไม่กี่วัน วันนึงแค่ไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ 40นาทีเอง ดูซีรี่ย์ยังนานกว่านี้เลย ชิมิๆ
สละเวลาวันละนิด เพื่อเวลาอีกยาวนานในอนาคตข้างหน้าค่ะ

จะได้กินของอร่อยๆไปได้อีกเยอะๆด้วย XD

เดี๋ยวนี้เลยเป็นคนพิถีพิถันในการเพิ่มแคลอรี่ให้กับตัวเองขึ้นอีก..
จะกินอะไรก็คิดมากกว่าเดิมนิดนึง ถ้าไม่อร่อยก็ไม่กินดีกว่า ( ฮา )
เพราะกว่าจะเบิร์นออก มันยากนี่นา 555
ก็ดีค่ะ มี“สติ”กับตัวมากขึ้น

ทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะ

Photobucket

ตอนนี้ค่อนข้างพอใจกับตัวเอง กะว่าจะเอาลงอีกหน่อย ซัก 3-4 โลก็พอละ
ยังเหลือกระชับสัดส่วนอย่างต้นแขน กับ.. หน้าท้อง (-“-
หน้าท้องนี่จัดการยากจริงๆ ก็คงเล็งไปพวก Vaser / AccuSculpt อย่างที่บอกเลยน่ะค่ะ

 

ผล

– น้ำหนักลงไป 20 กิโล ภายในระยะเวลา 10 เดือน
– สัดส่วนลดลงเฉลี่ย 12 ซม. ( 4 นิ้วกว่าๆ ) ดูได้จากกราฟ
– มีน่องที่น้อยหน่อย ประมาณ 4 ซม. ( ก็แหม.. น่องอะนะ จะให้ลดอะไรมากมาย )

การชั่งน้ำหนัก.. ชั่งบ่อยหรือชั่งไม่บ่อยดี?

ชั่งบ่อยก็จะดีตรงที่ว่า รู้ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองค่ะ
แต่ถ้าคุณเป็นคนนอยด์ง่าย แนะนำว่าอย่าดีกว่า
อย่างเดือนมีนา ( ดูกราฟ ) จะเห็นได้ว่าว่านชั่งบ่อยมากกกกก
แล้วบางอาทิตย์นี่ไม่ลงเลย ก็แอบนอยด์ไปเหมือนกัน เกือบๆจะท้อแล้ว..
แต่ก็บอกตัวเองว่า อย่าท้อ ต้อง มุ่งมั่น ต่อไป..

โดยส่วนตัวว่าน ว่านว่าชั่งซักอาทิตย์ละหน ตอนเช้า หลังเข้าห้องน้ำถ่ายหนักแล้ว กำลังดีค่ะ ( ก่อน/หลังถ่ายหนัก มีผลจริงๆนะเออ ไม่เชื่อลองดู =P )

แล้วก็สำหรับคุณผู้ ญ เวลาชั่งน้ำหนัก ควรชั่งหลังเนส์มา เพราะช่วง watergain – บวมน้ำ ก่อนเมนส์มา น้ำหนักขึ้นพรวดๆเลยค่ะ

เป็นเรื่องธรรมดามาก บางทีสวิง 2-4 โลยังมี ลองชั่งเทียบดูก็ได้
ฉะนั้นบางที นน.ลดไป 2 – 4 โล อย่าได้ย่ามใจไป บางทีแค่เพราะ watergain เท่านั้นแหละ อิอิ

เว็บ http://www.theryo.com/  ของคุณ Kindaichi เป็นขุมทรัพย์ความรู้เรื่องการลดน้ำหนักที่เยี่ยมมากๆ
เข้าไปแล้วเห็นรูปพลังกล้ามแล้วอย่าได้ตกใจไป 555
อ่านให้มาก แล้วประมวลผล.. มีความรู้ที่ดีและจริงเรื่องลดน้ำหนักอยู่ในนั้นมากมาย
โดยเฉพาะ

Section Fat Burn & Diet ->
http://www.theryo.com/fat_burn_diet/

เรื่องราวของสองนาง
http://www.theryo.com/2007/06/tale_of_two_ladies/#more

วิธีจัดการกับ “เซลลูไลท์” ศัตรูตัวฉกาจของสาวๆ
http://www.theryo.com/2007/05/how2getridofcellulite/#more

The Guide to Cardio
http://www.theryo.com/2008/01/_aeeoei_ao_eioinaeoneeaian_coe/

ตอนนี้ว่านจะวิ่งอยู่ประมาณ 40 นาที ความเร็วประมาณ 7-8 กม./ชม. ก็จะได้อยู่ประมาณ 4-5 กม. ต่อครั้ง ขึ้นกับว่าวิ่งเร็วแค่ไหน..
เวลาวิ่งอย่าไปคิดมาก..
ไม่ต้องสนหรอกว่ามันเบิร์นไปได้กี่แคลอรี่ ว้าย.. 300แคลเองเหรอ วิ่งแทบตาย กินข้าวจานนึงก็หมดกันแล้ว
อย่า – ไป – คิด ค่ะ..
เอาแค่ให้ได้วิ่ง
ให้ได้เบิร์น

ให้ได้ออกกำลังกาย.. แค่นั้นก็พอแล้ว

จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องวิ่งนะคะ จะปั่นจักรยาน หรือเล่นเครื่อง Elliptical ก็ได้
http://www.google.co.th/images?hl=th&q=elliptical&um=1&ie=UTF-8&source=univ&ei=mgEqTZmiEILwrQezttXaDw&sa=X&oi=image_result_group&ct=title&resnum=3&ved=0CEEQsAQwAg

แต่ที่ว่านเลือกวิ่ง เพราะว่ามันได้คิดอะไรไปเรื่อยๆค่ะ เพลินดี แล้วมันต้องบังคับตัวเองไปในตัวด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวตกลู่ 555
สำหรับว่าน ถ้าปั่นจักรยานหรือเล่น Elliptical แล้วแรงมันจะเฉื่อยลงๆ น่ะค่ะ
แต่ถ้าใครไม่เป็น จะปั่น/Elliptical ก็ได้นะคะ เซฟเข่ามากกว่าด้วย สำหรับคนน้ำหนักมากค่ะ
นี่ว่านก็พยายามเดินเร็วแทนวิ่ง แต่เดินไปเดินมา สุดท้ายก็วิ่งทุกที แหะๆ

วิ่งไม่ได้ทำให้น่องใหญ่ค่ะ เว้นคุณน่องใหญ่อยู่แล้ว ( ฮา )

ซิตอัพ / ฮูล่าฮูป ไม่ได้ช่วยลดไขมันหน้าท้อง แต่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ
อ่านเพิ่มได้ที่ -> http://www.theryo.com/2008/01/_aeeoei_ao_eioinaeoneeaian_coe/

เพื่อนเคยปรึกษากับคุณหมอที่วิจัยเรื่องลดน้ำหนัก คุณหมอบอกว่าการขาดวิตามินดีมีผลกับการลดน้ำหนักด้วย
ว่านก็พยายามกินแคลเซียม+วิตามินดีให้ติดเป็นนิสัยค่ะ ยิ่งทำงานอยู่บ้าน บางวันไม่ได้เจอแดดเลย.. นึกๆไปก็อาจจะมีผลก็ได้ค่ะ
แล้วยิ่งสาวๆอย่างเรา ต่อให้ทำงานนอกบ้าน แต่จะให้ไปออกแดดเพื่อรับวิตามินดี ก็ไม่ไหวเหมือนกันใช่ไหมคะ =P

น้ำ! ไม่ว่าจะลดน้ำหนักหรือไม่ก็ตาม ดื่มน้ำให้มาก ดื่มเรื่อยๆ ดื่ม-ดื่ม และดื่ม!
จำเป็นต่อการลดน้ำหนัก
จำเป็นต่อสุขภาพ
จำเป็นต่อผิวพรรณ..
เหตุผลแค่นี้ก็ยิ่งกว่าพอแล้วค่ะ
.

บางคนอ่านแล้ว คงคิดว่า โหย ว่านทำได้เพราะมีความมุ่งมั่น
ว่านทำได้เพราะว่านมีความพยายาม.. ชั้นเองทำไม่ได้อย่างเค้าหรอก..

แน่ะๆ ยังไม่เริ่มเลย ดิสเครดิตความตั้งใจของตัวเองอีกแล้ว..

ก็จริงค่ะ ว่านมีความมุ่งมั่น ว่านมีความพยายาม..
แต่จะบอกว่า ตัวเองยังไม่คิดเองเลยค่ะ ว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้..

ดูรูปตัวเองปี 2009 แล้วก็แอบคิืด.. นี่ตูพองได้ขนาดนั้นเลยเหรอ
แล้วนี่ตูก็ลดมาได้ขนาดนี้เลยเหรอ โอ้ว มายกร๊อดดดดด..

ว่านเข้าใจนะ ความรู้สึกไม่อยากออกกำลังกาย
ว่านเข้าใจนะ ความรู้สึกเวลาเซ็ง เบื่อ เครียด หงุดหงิด ไม่ได้อย่างใจ.. แล้วอยากระบายออกทางปากด้วยการกินน่ะ

อย่า คิด ว่า เค้าทำกันได้เพราะเค้ามีความพยายาม ส่วนฉันน่ะ ไม่มีหรอก
อย่า คิด ว่า ฉันคงต้องอ้วนตลอดไป
อย่า คิด ว่า ฉันอายุมากแล้ว
อย่า คิด ว่า ฉันไม่มีเวลา

อย่า คิด ว่า ฉันลดไม่ได้

มันก็แค่ เริ่ม หรือ ไม่เริ่ม ค่ะ
มันก็แค่ ทำ หรือ ไม่ทำ ค่ะ

Do You Have Will Power?

Photobucket

 

Comments are closed.