หากย้อนเวลาไปได้ จะเปลี่ยนอะไร..

วันนี้ว่านหาข้อมูลประกอบการเดินทาง เผื่อไว้จะมาเขียนบล็อกตามปรกติ
หลายคนที่เป็นเพื่อนทางเฟสบุ๊คกันมานาน คงทราบแล้วว่าว่านเสียคุณพ่อไปตั้งแต่ตอนอยู่มัธยม ตอนนั้นว่านเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ ทีแรกก็หมายใจว่าจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศแหละ แต่ก็เป็นอันต้องพับแผนนั้น
โชคชะตาพัดพาไป ว่านก็ไหลไปตามกระแสธารนั้น กลับมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย ประสบปัญหาบ้าง อะไรบ้าง จนเรียนจบในที่สุด

ว่านเรียนจบช้าด้วยว่าย้ายเอก กว่าจะจบก็ 6 ปี ไหนจะกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย ก็ช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันอยู่แล้ว ไหนกว่าจะจบ อันที่จริงว่านเลยอายุมากกว่าเพื่อนที่รับปริญญาพร้อมกันสัก 3-4 ปีได้

เวลาผ่านไป.. นานแค่ไหนอย่าให้บอกเลย เอาเป็นว่าดูรุ่นเด็กปี 1 เดี๋ยวนี้แล้ว ว่านเป็นแม่เขาได้อย่างสบาย ๆ (ยิ้ม)
มาวันนี้ ระหว่างที่กำลังนั่งค้นข้อมูล..
ภาษาเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ นะคะ
มันเปิดโลก เปิดทรรศนะ เปิดหูเปิดตา ทั้ง ๆ ที่เรายังนั่งอยู่หน้าจอคอมพ์ นั่งอยู่เมืองไทยนี้ก็ได้
ถึงแม้ว่านจะชอบเดินทาง แต่ถ้าเราเดินทาง โดยไม่เปิดใจ เปิดหู และเปิดตา
การเดินทางนั้น ก็อาจเป็นแค่การเปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนที่หายใจก็เป็นได้

“หากย้อนเวลาไปได้ จะเปลี่ยนอะไร” คำถามนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยผ่านตาและอาจเคยถามตัวเองมาเหมือนกัน
แต่ก่อน.. สำหรับตัวว่านเอง หากย้อนเวลาไปได้ ว่านจะขอให้คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ ไม่อยากให้คุณพ่อจากไป
พอมาตอนนี้ ว่านเข้าใจแล้วว่า บางสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต มีเหตุและปัจจัยเป็นของตนเอง
การสูญเสียคุณพ่อ สร้างความเข้มแข็ง และเปิดโลกในอีกด้านหนึ่งให้ว่านเห็น และประจักษ์ในความไม่เที่ยงของโลกเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนี้.. หากว่านย้อนเวลาไปได้ ว่านจะตั้งใจเรียนภาษามากกว่านี้
ตอนยังเล็ก คุณแม่เคยเคี่ยวเข็ญให้ว่านเรียนภาษาจีน ด้วยความยักเด็ก ไม่ประสีประสา ว่านบอกแม่ไปว่า ทำไมว่านต้องเรียนภาษาจีน ว่านเป็นคนไทย
ตอนโตขึ้นมา ยังดีที่ได้ภาษาอังกฤษติดตัวมาบ้าง แม้จะไม่คล่องเท่าเจ้าของภาษา แต่ก็อยู่ในระดับเถียงกลับได้ อ่านได้ระดับดี ส่วนภาษาเขียนนั้น แค่พอสื่อสารได้ แกรมม่าเป็นอีกหนึ่งจุดอ่อนของว่าน
ส่วนภาษาญี่ปุ่น เรียกว่าสื่อสารเจรจาชีวิตประจำวันได้ แต่ถ้าอ่านอะไรที่ยากมาก ๆ หรือเป็นภาษาทางการ ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน ต้องคอยพึ่งพาและไหว้วานน้อง ๆ ที่เก่งภาษาญี่ปุ่นมากกว่าว่านอยู่บ่อย ๆ ก็ขอบใจน้อง ๆ มา ณ ที่นี้นะจ๊ะ

ซึ่ง.. เป็นสิ่งที่ว่านรู้สึกผิด และเสียใจ เพราะเป็นสิ่งที่ว่านทำตัวเองโดยแท้
เป็นสิ่งที่ว่านเลือกมุมานะที่จะทำได้ ตั้งใจที่จะทำได้ แต่ไม่ทำ พูดง่าย ๆ ว่า”ขี้เกียจเรียน”นั่นแหละ

หากย้อนเวลาไปได้ ว่านจะตั้งใจเรียนภาษาที่บอกมาให้มากกว่านี้
เพราะในตอนนี้ ขณะที่ว่านนั่งอยู่ที่เมืองไทย ขณะที่หาข้อมูล ว่านรู้ถึงพลังและอำนาจของการรู้ภาษาเลยว่ามันมีมากแค่ไหน
ถ้าว่านชำนาญภาษาอังกฤษมากกว่านี้ ถ้าว่านรู้ภาษาจีน เก่งภาษาญี่ปุ่นมากกว่านี้ ชีวิตว่านคงจะไปไกล และเอื้อให้ว่านทำอะไรได้มากกว่านี้มาก..
ทุกครั้งที่อยากรู้อะไร ทุกครั้งที่หาข้อมูล.. ว่านรู้สึกอยู่เสมอว่าช่างรู้น้อยเหลืออยาก
ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างอีกมาก ที่รอให้เรารู้และค้นหา เอาแค่เรื่องอาหารที่ว่านสนใจ ก็ค้นได้ไม่หมด ไม่จบสิ้นเสียที
“ยิ่งรู้มาก ยิ่งรู้น้อย” คือสิ่งที่รู้สึกอยู่เสมอ..

ภาษาเป็นสิ่งที่ช่วยไขโลก เปิดหูเปิดตา และเปิดใจให้เราได้ แม้เราจะไม่ต้องเดินทางไปไหนสักนิด
การเดินทาง เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ และส่งเสริมให้เราได้สัมผัสสิ่งนั้นจริง ๆ
แต่ภาษา คือกุญแจแรก ที่จะเอื้อให้เราหาข้อมูล รายละเอียด และเปรียบเทียบชุดข้อมูลต่าง ๆ
ทั้งนี้ต้องไม่ลืมการคิด วิเคราะห์ และแยกแยะชุดข้อมูลด้วยนะคะ

น้อง ๆ ที่ยังเรียนอยู่ หรือใครที่มีลูกหลาน ส่งเสริมและสนับสนุนให้เขาสนใจเรียนภาษาไว้เถอะค่ะ
เด็กแต่ละคน เหมาะกับการเรียนการสอนไม่เหมือนกัน พ่อแม่ผู้ปกครอง คงต้องช่วยดูด้วยว่าการเรียนแบบไหนเหมาะแก่ลูกหลานของตน และสอนให้เขารู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะด้วยนะ

แล้วคุณละคะ หากย้อนเวลาไปได้ จะเปลี่ยนอะไร =)
SAMSUNG CAMERA PICTURES