ทำไมต้อง”Häagen-Dazs” กับ ‘บลูเบอร์รี่ส์แอนด์ครีม’ รสสัมผัสล่าสุด

Häagen-Dazs หรือฮาเก้น-ดาสเป็นชื่อไอศกรีมระดับพรีเมี่ยมที่ติดปากติดหูไม่เฉพาะคนไทย แต่เรียกได้ว่าทั่วทั้งโลกมานาน แต่เคยสงสัยไหมคะ ว่าชื่อHäagen-Dazsมีที่มามีไปยังไง แล้วทำไมHäagen-Dazs ถึงได้ถือว่าเป็นไอศกรีมพรี่เมี่ยม เพราะแค่ราคาน่ะเหรอ? ว่านจะมาเล่าให้ฟังค่ะ (^_^)
P1040513

เชื่อหรือไม่ว่าชื่อ Häagen-Dazs นี้ถือกำเนิดขึ้นบนโต๊ะอาหารในครัวเมื่อปีค.ศ.1961?!? อีกทั้งชื่อนี้ยังไม่มีความหมายอีกด้วยเพราะเป็นชื่อที่จงใจตั้งขึ้นมาให้คล้ายภาษาเดนมาร์ก แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ภาษาเดนมาร์กหรือตระกูลภาษาอินโดยูโรเปียนใด ๆ ทั้งนั้น

ที่มาของชื่อHäagen-Dazs มาจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่ว่าอเมริกันชนในสมัยนั้นนิยมสินค้ายุโรปว่าเป็นของดี มีคุณภาพ เป็นที่ติดตลาด ทั้งเดนมาร์กยังมีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์นมอีกด้วย หลังจากReuben Mattus ผสมคำที่ไม่มีความหมายไปเรื่อย ๆ จนได้ชื่อ Häagen-Dazs ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครนี้ขึ้นมา..
P1040318

แค่ชื่อที่ฟังดูอลังการและราคาเท่านั้นหรือ ผู้คนถึงยอมรับรับถือว่าHäagen-Dazs เป็นไอศกรีมพรี่เมี่ยม?
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าองค์ประกอบคร่าว ๆ ของไอศกรีม คือนม+ครีม+สารให้ความหวาน และรสหรือกลิ่นเพิ่มเติม

ตัวว่านเองก็สงสัย ค้นข้อมูลก็ได้เนื้อหาประมาณนึง.. อย่ากระนั้นเลย ว่านจึงไปถามน้องบอล Baked by Ball เซียนไอศกรีมคนเก่งได้ความมาว่าในการผลิตไอศกรีมราคาประหยัดนั้น เมื่อโดนราคาขายบีบมาก ๆ ต้องตัดต้นทุนการใช้นมสด และ/หรือครีมแท้ออกไป เหลือเพียงแต่น้ำ+หางนม หรือเวย์โปรตีน ทำให้ทั้งรสชาติและความหอมมัน”ต่าง”กันอย่างแน่นอน เมื่อตัดนมหรือครีมออก ไขมันนมย่อมขาดไปด้วย ซึ่งไขมันมีทำหน้าที่จับฟองอากาศ การผลิตไอศกรีมต้นทุนต่ำจึงต้องเติมสารคงตัวเพื่อให้เวลาปั่นไอศกรีมแล้วเนื้อเบาฟูฟ่าม.. ดักอากาศไว้ในเนื้อไอศกรีมได้เยอะ ๆ

ในไอศกรีมที่เรากิน ๆ กันอยู่นั้น มีฟองอากาศละเอียดแทรกปนอยู่มากมาย ยิ่งมีอากาศมาก เนื้อไอติมยิ่งเบาฟูมาก ร้านไอศกรีมก็ยิ่งกำไรมาก เพราะในไอศกรีมหนึ่งลูกอาจจะเป็นอากาศเสียครึ่งนึงแน่ะ!!! ในขณะที่ไอศกรีมพรีเมี่ยมอย่างHäagen-Dazs ปั่นเอาอากาศเข้าไปแค่พอให้ตัวไอศกรีมนั้น เนื้อนิ่มขึ้น ไม่ถึงกับฟ่ามเบาเน้นเอาปริมาตรเข้าว่าอย่างไอศกรีมต้นทุนต่ำ จึงทำให้เมื่อตักไอศกรีมHäagen-Dazs เข้าปากแล้วจะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มเป็นครีม และไม่ยวบหายละลายในปากทันทีเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ

จุดเด่นของไอศกรีมHäagen-Dazsที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นคือฟองอากาศในเนื้อไอศกรีมที่เกิดจากขบวนการผลิตมีปริมาณน้อยมาก ซึ่งทำให้ได้เนื้อไอศกรีมที่แน่นและเข้มข้นกว่ายี่ห้ออื่น และHäagen-Dazs ไม่ได้ใส่สารเสริม emulsifier หรือ stabilizer ใด ๆ นอกจากไข่แดงซึ่งมีเลซิตินโดยธรรมชาติ (ยกเว้นผลิตภัณฑ์ซอร์เบต์ เนื่องจากไม่มีไข่แดงและครีม) ทั้งยังจัดเต็มทั้งไขมันในครีมและนมอย่างเต็มที่ ส่วนวัตถุดิบที่Häagen-Dazs ใช้ ก็คัดสรรแต่วัตถุดิบจากธรรมชาติเกรดดีเยี่ยมนั่นเอง.. จึงเป็นที่มาถึงว่าทำไม Häagen-Dazs ถึงได้รับการยอมรับว่าเป็นไอศกรีมพรีเมี่ยม
P1040512

ด้วยความที่ไอศกรีมHäagen-Dazs มีฟองอากาศน้อย อุดมไปด้วยครีมและส่วนผสมคัดเกรดอย่างดีที่ได้เล่าไปแล้ว เลยอยากแนะนำให้คนซื้อHäagen-Dazs เก็บไอศกรีมไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า0 °C ซัก−10-15 °C ได้ยิ่งดี เพื่อคงคุณภาพและเนื้อไอศกรีมไว้ ก่อนรับประทานก็ทิ้งไว้ราว10-15นาทีค่ะ
P1040321

แล้วก็จะได้ดื่มด่ำไปกับเนื้อครีมเนียน ๆ และส่วนผสมชั้นดี.. อย่างนี้..
อย่างรส“บลูเบอร์รี่ส์แอนด์ครีม” Häagen-Dazsเขาคัดสรรบลูเบอรี่สดฉ่ำจากแคนาดาและยุโรปตะวันออก ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งบลูเบอร์รี่ที่ดีที่สุดในโลก มาผสมผสานกับเนื้อครีมเข้มเต็มรสชาติ ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล รสหวานกำลังดี ออกเปรี้ยวแค่แผ่ว ๆ จากตัวเนื้อบลูเบอร์รี่ที่อัดแน่นทุกอณู.. 
P1040325
ใครอยากชิม เชิญได้ที่ฮาเก้น-ดาส ทุกสาขาทั่วประเทศนะคะ (^_^)
หวังว่าเรื่องที่ว่านเล่า จะทำให้รู้สึกเพลิดเพลินมากขึ้น กับHäagen-Dazsถ้วยหน้าของคุณนะคะ
ขอบคุณ Häagen-Dazs https://www.facebook.com/HaagenDazsThai ที่ส่งไอศกรีมรส“บลูเบอร์รี่ส์แอนด์ครีม” ด้วยค่ะ เลยได้โอกาสเพิ่มความรู้ให้ตัวเองเกี่ยวกับเรื่องไอศกรีมด้วยเลย กด Like Facebook Häagen-Dazs Thailand ไว้ติดตามข่าวสารรสชาติใหม่ ๆ กันได้นะคะ
ขอบใจน้องบอลอีกครั้งสำหรับข้อมูลด้วยนะจ๊ะ.. หนุกดี อิอิ

พบกันใหม่บล็อกหน้า สวัสดีค่ะ

Comments are closed.