สู้ศึกสิว.. กันอีกสักที กับ Photodynamic Therapy o=(>_< )o

ตัวว่านเอง นอกจากความเป็นคนตัวใหญ่ กระดูกใหญ่.. จึงทำให้ถึงไม่ค่อยกินอะไร แต่ก็ดู”บึก”มาโดยตลอดแล้ว ก็มีเรื่องสิวนี่แหละค่ะ ที่อยู่ยงคงกาละมังมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มเป็นสาว.. จนบัดนี้เป็นสาว 30++ (^^’ ) อาจเนื่องด้วยเป็นคนหน้ามันม๊าก.. ชนิดที่ทางดูไบเคยส่งเรื่องมาขอเชิญให้โอนสัญชาติกันเลยทีเดียว =P ก็เลยเรียกว่าอยู่กับสิวมาโดยตลอด แต่เป็นคนที่ผิวไม่ค่อยแพ้อะไรเท่าไหร่นะคะ จะมีบางตัวที่แพ้บ้าง ก็จะเล่าขำๆในลำดับต่อไป..

เริ่มจากสมัยม.3 ม.4 สิวเยอะมากกกกกกกกกก ถึงมากที่สุด.. พอไปอยู่เมกาก็ Clearasil, OXY อะไรไปตามเรื่องตามราว จนกลับมาเมืองไทยก็หาหมอสิวตามระเบียบ ที่แรกนี่จำได้เลย ราชเทวีคลีนิก.. จำชื่อคุณหมอไม่ได้แล้ว เป็นคุณหมอผู้ชาย พูดจาอธิบายได้ชัดเจนมาก คุณหมออธิบายเรื่องกลไลการเกิดสิว แล้วตบท้ายว่า ไม่มีปัจจัย เหตุ(สิว)ก็ไม่เกิด.. น้าน ตบท้ายเข้าธรรมะซะงั้นนะคะ คุณหมอ.. จากนั้นประสบการณ์ก็คล้ายๆกับการลดน้ำหนัก คือเรื่อยเปื่อยเสาะแสวงหาไปเรื่อย ต่อเนื่องมั่ง เปลี่ยนหมอมั่ง.. แต่มีราชเทวีคลีนิกที่เดียว ที่เป็นคลินิกผิวหนังแบบchainใหญ่ๆที่เคยรักษาด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นคลีนิกย่อยๆที่แพทย์ผิวหนังเปิดเอง โดยอาศัยถามจากเพื่อนๆพี่ๆ ว่าที่ไหนโอเคมากกว่า ผิวหน้าก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆตามลำดับ ยิ่งช่วงไหนมีเวลา(และเงิน)ทำทรีตเมนต์สม่ำเสมอ ผิวหน้าก็จะดูดีม๊ากกก..

กันยา 2010 ผิวหน้ายังโอเคอยู่ แต่งหน้าแล้วถ้าไม่สังเกตจริงๆแทบจะเนียนกิ๊กๆ

แต่ด้วยความเป็นคนเสาะแสวงหา( จากห้องแป้งนี่แหละ ) มาเจอฤทธิ์กันแดด Za สีขาว เล่นเอาหน้าเยินไปเลย ทีแรกไม่คิดว่าตัวเองแพ้ คิดว่าอาจจะคิดไปเอง ( @_@ )? พอลองอีก2-3รอบก็เป็นอีกทุกที  เลยได้ข้อสรุปว่า.. “แพ้ชัวร์” ใช้ทีไร ต่อให้ล้างหน้าดีแค่ไหน สิวบุกกระจาย.. แต่ตัวที่ทำให้หน้าเยินได้อย่างชนิดที่ว่าต้องรีบวิ่งโร่ไปหาหมอผิวหนังคือ.. Tiss Oil ที่เคยฮิตม๊ากกก ประมาณปี 02-03 จริงๆแล้วมันใช้ดีมากเลยนะ เป็น Oil ตัวเดียวตั้งแต่ใช้มาที่เวลาตอนนวดหน้าแล้วสิวเสี้ยนมันหลุดออกมาจริงๆ เห็นเป็นเม็ดๆเลย แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน.. สิวอักเสบจะระดมมายึดพื้นที่บนใบหน้าชนิดว่าไม่ไหวจะเคลียร์(เอง).. ต้องรีบไปหาหมอโดยด่วน เป็นครั้งเดียวที่ช้ำใจจริงๆกับการใช้ Oil

แต่ที่ดีและโดนก็มีนะ เคยลองสั่ง Proactiv สูตร Benzoyl Peroxide จากอเมริกามา ( ต้องสั่งจากอเมริกาเพราะตอนนั้นที่ไทยยังไม่มี และพอมี ที่เอาเข้ามาขายที่ไทยก็เป็นคนละสูตร ) ทุกวันนี้ก็ยังใช้ BP ของ Proactiv อยู่ แน่นอนว่า Proactiv ยังเคยใช้ แล้วจะรอดมือป้าพอลล่า ( Paula’s Choice ) ไปได้อย่างไร.. สมัยกระแสป้าพอลล่าเริ่มฮิตก็เอากะเค้าด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นช่วงที่เริ่มห่างหายจากคลีนิกผิวหนังเช่นกัน ใช้ป้าพอลล่าไปซักพัก ผิวหน้าก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ประมาณปี 10 ช่วงนั้นไปญี่ปุ่นบ่อย แล้ว.. คือ.. ด้วยความขี้เกียจ เพราะ BHA มันต้องทาทิ้งไว้ก่อน ถึงจะไปทำอะไรต่อได้ ไหนจะ AHA อะไรๆอีก แล้วมันเป็นน้ำๆด้วย กลัวรั่วกลัวหกเวลาย้ายเมืองบ่อยๆ ก็เลย.. ขี้เกียจขนไป แถมยังคิดเอาเอง( ด้วยความขี้เกียจอีกแล้ว ) ว่าไม่กี่วัน ไม่เป็นไรหรอก (Y_Y ) เราคิดเองเออเอง แต่ผิวหน้าเค้าไม่เอาด้วย.. ก็สิวขึ้นสิคะ แล้วก็เลยเป็นสิวต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ พยายามสู้รบตบตีกะมันมาตั้งแต่ปี 10 แต่ก็ดูไม่ค่อยจะมีอะไรดีขึ้นสักเท่าไหร่ ไหนจะฤทธิ์กันแดด Za ที่เล่าไปแล้วอีก จึงสรุปได้ว่าเข้าสู่สมัยหน้าเยินอีกรอบ.. หลังๆมานี่แถวหน้าผาก แก้ม จะไม่ค่อยเป็น สิวบุกเอามากช่วงคอ+คางมากกว่า เคยตั้งข้อสงสัยยาสีฟัน+แชมพู+ครีมนวดที่ใช้ แต่เปลี่ยนยี่ห้อก็แล้วก็ยังเป็นเหมือนเดิม (>_< )

พอมกราที่ผ่านมา หลังจากที่ใจเย็น ค่อยๆรักษาด้วยป้าพอลล่าและยาต่างๆนานาอีกรอบ แต่ไม่ค่อยมีอะไรดีขึ้นเท่าไหร่ สิวยังอุดมช่วงคอและคางเหมือนเดิม ก็เลยเริ่มลองการรักษาด้วยการปรับสมดุลฮอร์โมน ซึ่งก็คือ.. กินยาคุมนั่นเอง (^^’ ) ปรึกษาคุณพี่เภสัชกรที่เคารพแถวนี้ว่าจะกินตัวไหนดี ก็เลยได้ออยเลซมากิน ยังโชคดีที่กินแล้วไม่มีอาการข้างเคียงใดๆค่ะ ไม่เวียนหัวคลื่นไส้ใดๆทั้งสิ้น มีท้องอืดบ้างในช่วงในช่วงเดือนแรกๆ

มกรา 2012 ก่อนกินยาคุม แต่งหน้ารองพื้นแล้วก็ยังเห็นสิวอยู่ ช่วงคางกับคอจะเยอะมาก 


มีนา 2012 หลังจากกินยาคุมได้ 3 เดือน แต่งหน้ารองพื้นอีกเหมือนกัน สังเกตได้ว่าสิวยังอุดมอยู่ในช่วงคางและคอ ช่วงแก้มดีขึ้นมาหน่อย


เมษา 2012 หลังจากกินยาคุมได้ 4 เดือน.. ไม่ได้ใช้รองพื้น น้องสิวก็ยังรักกันดีอยู่ ถึงแม้จะดีขึ้นบ้าง 

ถึงแม้สถานการณ์สิวโดยรวมบนใบหน้าจะดีขึ้น.. บ้าง แต่ปรึกษาหมอและเภสัชใกล้ตัวหลายท่านแล้ว กินยาคุมมาหลายเดือน การตอบสนองน่าจะดีกว่านี้ ว่านเลยเริ่มมองหาทางออกในการรักษาสิวแบบอื่นๆค่ะ
ถึงตอนนี้ขอย้อนความกลับไปนิดนึง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ว่านได้ร่วมสนุกกิจกรรมของเว็บพินนี่น้อย ได้รางวัลมาเป็นเลเซอร์ที่ iSKY แต่เนื่องจาก iSKY ไกลบ้านว่านมากกก.. คือว่านอยู่แถวเอกมัย แต่ iSKY อยู่นู่น.. ร.พ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม แถมว่านไม่ได้ขับรถอีก.. ก็เลยโอ้เอ้วิหารราย จนใกล้จะหมดเขตอยู่แล้ว ถึงได้ไปใช้สิทธิ์ (^^’ )
เมื่อไปถึงก็ได้ปรึกษากับคุณหมอรังสิมา ซึ่งจริงๆจะเรียกว่าคนคุ้นหน้าก็ไม่เชิง เพราะพึ่งได้เจอตัวจริงกันวันนั้น เรียกว่าคนคุ้นตัวหนังสือละกัน เพราะติดตามทวิตของคุณหมอเพ็ญ มานานแล้ว หลังจากทราบประวัติ( สิว )อันโชกโชนของว่านและซักถามรายละเอียดเพิ่มเติม คุณหมอเพ็ญก็ถามว่าจะลองรักษาสิวด้วย Photodynamic Therapy ไหม

ว่านขออธิบายคร่าวๆแบบไม่วิชาการมากนะคะ.. Photodynamic Therapy คือการรักษาสิวแบบผสมผสานโดยการใช้ยาควบคู่กับเลเซอร์ โดยปรกติแล้วเวลาเรารักษาสิวด้วยยาทาซึ่งต้องใช้เวลาซักระยะเลยแหละ จึงมีโอกาสได้มากที่เจ้าเชื้อP. Acne ซึ่งทำให้เกิดสิวเนี่ย มันจะลั้นลา กลายพันธุ์และเกิดอาการดื้อยาได้ในที่สุด ส่วนการใช้เลเซอร์อย่างเดียวก็ไม่สามารถลงลึกไปได้มากพอ.. ฉะนั้น.. จึงเกิดการสมรสระหว่างการใช้ยา+เลเซอร์ขึ้นมา ซึ่งก็คือ Photodynamic Therapy นั่นเอง..

Photodynamic Therapy จะเป็นการใช้ Aminolevulinic acid (ALA) ซึ่งเป็นสารไวแสงทาทิ้งไว้บนใบหน้า แล้วหลังจากนั้นประมาณ20นาที ก็กระหน่ำด้วยการยิงเลเซอร์ V-beam ซึ่งเปรียบเสมือนการโยนระเบิดตามลงไปลึกถึงแหล่งกบดานคือต่อมไขมันและรากขน เจ้าเชื้อสิวที่ลั้นลาๆอยู่ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่และยังไม่ทันได้กลายพันธุ์.. ก็.. ตายแหง๋แก๋สิคะ XD

ตัวว่านเองเป็นคนที่หลีกเลี่ยงการรักษาสิวด้วยกินยา Isotretinoin หรือ Retinoic Acid ชนิดกินที่รู้จักกันในชื่อสามัญทางการค้าว่า Roaccutane, Acnotin มาโดยตลอด เพราะพิษของยาพวกนี้ที่มีต่อตับนี่แหละค่ะ รวมถึงได้เห็นกระทู้คนที่กินแล้วเกิดผลข้างเคียงต่างๆนานา เกิดอาการโรคซึมเศร้ามาก็เยอะ ยังไงก็เลยบอกตัวเองว่าไม่ขอกิน Isotretinoin  เด็ดขาด พอๆกับจะไม่กลับไปกินยาลดความอ้วนอีกแล้ว ถึงจะรักษาสิวได้เหมือนกัน ข้อดีของ PDT ที่เหนือกว่าการกินยา Isotretinoin มากๆก็คือ PDT สามารถฆ่าเชื้อสิวได้อย่างที่อธิบายไปข้างต้น ในขณะที่ Isotretinoine ทำไม่ได้ และPDTยังไม่มีผลข้างเคียงในเรื่องปากแห้ง ตาแห้ง ไม่เป็นพิษต่อตับ ไต หรือทำให้มีไขมันในเลือดสูง และไม่สะสมในร่างกายด้วยค่ะ

ฉะนั้นการรักษาด้วย PDT นี้จะเหมาะมากสำหรับคนที่รักษาสิวมาสักระยะแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือที่บางที่เรียกสิวดื้อยานั่นแล..
ข้อดีอีกอย่างของการรักษาด้วย PDT คือ.. ทำให้หน้าแห้งขึ้นด้วยแหละ XD ฟังมาถึงตอนนี้ว่านก็เริ่มชักจะเคลิ้มๆ ยิ่งได้ยินคำว่าหน้าแห้งขึ้นนี่ยิ่งเคลิ้มหนัก เพราะมีชีวิตอยู่กับบ่อน้ำมันส่วนตัวบนใบหน้ามานานมาก.. พอถามคุณหมอได้ความว่าต้องวางระเบิดห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์ สักประมาณ 3-6 ครั้งถึงจะราบคาบ  ทั้งนี้ขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละคน ว่านก็เลยโลเลจังลังเลใจขึ้นมานิดหน่อย ด้วยความที่ไกลบ้านอย่างที่บอก แต่พอทราบว่า iSKY กำลังจะเปิดสาขาใหม่ที่ชิดลมในอีกไม่ช้า หลังจากคำนวณราคา ค่าเวลา ค่ายาต่างๆนานา ก็.. ฉันเลยโอเค XD

ขั้นตอนการรักษาด้วย Photodynamic Therapy ก็คล้ายๆการรักษาด้วยเลเซอร์ทั่วไปค่ะ ถ้าไปที่ iSKY เป็นครั้งแรก เจ้าหน้าที่ก็จะวิเคราะห์สภาพผิวหน้าเราด้วยเครื่องก่อน จากนั้นก็ปรึกษาแพทย์ เมื่อสรุปแล้วว่าควรรักษาโดยการใช้ PDT ก็เข้าห้องเตรียม ใส่หมวก คลีนหน้าทำความสะอาดผิวให้หมดจด ขึ้นเตียงให้จนท.ทา ALA กลิ่นจะฉุนๆนิดนึง จากนั้นก็นั่งเล่นนอนเล่นรอประมาณ 20 นาที ระหว่างนั้นจนท.จะหรี่ไฟไว้ พอครบเวลาคุณหมอก็จะมาวางระเบิด เอ้ย ยิง V-beam เวลายิงจะมีลมพ่นเย็นๆ จากนั้นจะตามมาด้วยแรงดีดเพี๊ยะๆชนิดพอทนได้ค่ะ ถ้าใครเคยทำ RF หรือ YAG ก็ดีดประมาณเดียวกัน ว่านว่า YAG นี่เจ็บสุดละ (-“- ) ที่ต่างกับการทำเลเซอร์ทั่วไปคือหลังจากยิงแล้ว ต้องละเมียดล้างทำความสะอาดหน้าหลายๆรอบให้หมดจด อย่างน้อย4-6รอบเลยนะคะ มิฉะนั้นแล้ว ตัวยาที่ตกค้างบนในหน้ามันจะก่อปฏิกิริยาต่างๆได้ค่ะ
จนถึงตอนนี้ ว่านรักษาด้วย PDT มาสองครั้งแล้วค่ะ

รูปเปรียบเทียบ ระหว่างครั้งแรกเมื่อ 24 เมษา และเมื่อ 8 พฤษภา

หลังจากครั้งแรกยังไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรเท่าไหร่ค่ะ สิวอักเสบยังคงขึ้นบ้างประปราย ส่วนเรื่องหน้าแห้งก็ยังไม่ค่อยเห็นผล น่าจะน้อยลงประมาณ 10-20% แต่ก็นะ อากาศก็ร๊อนร้อนจัง.. เรียกว่าครั้งแรกยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงมากนักค่ะ

หลังการรักษาครั้งที่ 2 เมื่อ 8 พฤษภา 

หลังทำครั้งที่2 เมื่อ 8 พฤษภา จนถึงวันนี้ 12 พฤษภา รู้สึกอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะว่าหน้ามันน้อยลงมาก น่าจะประมาณ 70-80% คือถ้าชีวิตปรกติทั่วไป หน้ามันแค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว สิวอักเสบเดิมที่เห็นแดงๆอยู่ก็แห้งลงค่ะ สิวอักเสบใหม่ก็ขึ้นมาแค่ 2-3 เม็ด ถือว่ายอมรับได้ จนถึง ณ ตอนนี้ค่อนข้างพอใจมากกับการรักษาด้วย Photodynamic Therapy ค่ะ รักษาได้สองครั้งแล้วเห็นว่าดีขึ้นจริง เลยมาเล่าสู่กันฟัง ส่วนสนนราคาก็จะอยู่ราวครั้งละ 4-5,000 บาทขึ้นอยู่กับพื้นที่ยิง ถ้าลงเป็นคอร์ส 3 ครั้ง ก็จะถูกลงไปอีกค่ะ XD

การดูแลตัวเองระหว่างการรักษาด้วย Photodynamic Therapy ก็ไม่มีอะไรมาก งดเว้นยาทาคืนนึงหลังยิงเลเซอร์ จากนั้นก็ทายาได้ปรกติ จะเป็น BP เช่นพวก PanOxyl, Benzac หรือ Retinoic acidและเครือญาติชนิดทา เช่น Ratin-A, Differin หรืออืนๆแล้วแต่คุณหมอสั่งก็ตามสะดวกค่ะ ที่ห้ามลืมก็คือ.. กันแดดSPF30++นะคะ (^^ )

แล้วจะมารายงานเรื่อยๆนะคะ ว่ารักษาด้วย Photodynamic Therapy ครบเดือนแล้วจะเป็นยังไงค่ะ ติดตามกันน้า = )

Comments are closed.